• home
  • project and work
    • MEDCHIC and SMID
    • SmileMigraine
    • Creative project
    • TEDx Chiangmai
    • ChivaCare
    • Headache Leader
    • JW Herbal
    • Claude Learning Page
    • Good Enough Project
  • bog bog - the ideas blog
  • Video
  • Event/Talk/Award
  • biography
  • contact
  • Menu

surat tanprawate

M.D.
  • home
  • project and work
    • MEDCHIC and SMID
    • SmileMigraine
    • Creative project
    • TEDx Chiangmai
    • ChivaCare
    • Headache Leader
    • JW Herbal
    • Claude Learning Page
    • Good Enough Project
  • bog bog - the ideas blog
  • Video
  • Event/Talk/Award
  • biography
  • contact
surat tanprawate
M.D.

ความเศร้านั้น จริงๆแล้วมันไม่ทำให้เราทุกข์หรอก

Added on May 4, 2024 by Surattanprawate.

“จริงๆ ไม่ใช่ความเศร้าหรอกที่ทำให้ท่านเจ็บปวด แต่การตีความว่าความเศร้านั้นผิดต่างหากที่ทำให้ท่านเจ็บปวด”

- Osho -

ทุกข์ไม่ได้มาจากอารมณ์ แต่มาจากความคิด

หลายคนคงเคยรู้สึกทุกข์ทรมานจากเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต แต่เคยลองสังเกตไหมว่า จริง ๆ แล้ว ทุกข์นั้นไม่ได้เกิดจากอารมณ์ความรู้สึกโดยตรงเสมอไป แต่เกิดจาก "วิธีคิด" ของเรากับ "การตีความ" อารมณ์เหล่านั้นต่างหาก

ลองนึกภาพว่าเราสูญเสียคนที่เรารัก เจอเหตุการณ์เลวร้าย หรือผิดหวัง แน่นอนว่าความรู้สึก "เศร้า" ย่อมเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ถ้าเรา "ตีความ" ความเศร้าว่าเป็นสิ่งที่ผิด ไม่ควรเกิดขึ้น หรือเป็นสัญญาณของความอ่อนแอ ความเศร้าเหล่านั้นก็จะกลายเป็น "ทุกข์ทรมาน" ที่กัดกินใจเรา

แต่ถ้าเราลอง "ยอมรับ" ความเศร้า "เข้าใจ" ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และมองมันด้วยความ "เมตตา" ต่อตัวเอง ความเศร้าก็จะกลายเป็นเพียงอารมณ์หนึ่งที่ผ่านมาและผ่านไป โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นทางใจไว้

ลองถามตัวเองดูว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด ใช่เป็นเพราะอารมณ์ความรู้สึกโดยตรงหรือไม่ หรือว่าเป็นเพราะ "วิธีคิด" ของเราเองที่ตีความอารมณ์เหล่านั้นในแง่ลบ

ลองฝึก "สังเกต" ความคิดและความรู้สึกของตัวเอง เวลาที่รู้สึกเศร้า ให้ลองถามตัวเองว่า "ทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้" "ความคิดแบบไหนที่ทำให้ฉันรู้สึกทุกข์ทรมาน" เมื่อเราเข้าใจที่มาที่ไปของความทุกข์ เราก็จะสามารถหาทาง "เยียวยา" และ "ปลดปล่อย" ตัวเองจากมันได้

ลองเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมอง ความทุกข์ก็จะกลายเป็นเพียงแค่เมฆฝนที่ผ่านมา

In Life, Psychology, Philosophy Tags psychology, life
Comment

Copy cat-แมวเลียนแบบ

Added on April 30, 2024 by Surattanprawate.

Copy cat แมวเลียนแบบ

คำนี้เกิดจากการทึ่ แมวลูกมักทำพฤติกรรมตามแม่

- ชบาและลูก blacky

การเลียนแบบ วิทยาศาสตร์สมอง

ในทางวิทยาศาสตร์ การเลียนแบบเป็นกระบวนการพื้นฐานที่สังเกตพบในสปีชีส์ต่างๆ ตั้งแต่ลูกนกเลียนแบบบทเพลงของพ่อแม่ที่ขับกล่อม ไปจนถึงการเลียนแบบการใช้เครื่องมือของมนุษย์

การเลียนแบบช่วยให้สามารถถ่ายทอดความรู้และทักษะได้ นักวิทยาศาสตร์เจาะลึกกลไกทางระบบประสาทที่อยู่เบื้องหลังการเลียนแบบ โดยสำรวจว่าเซลล์ประสาทกระจกหรือ mirror neuron ช่วยให้เราเข้าใจและจำลองการกระทำของผู้อื่นได้ และทำให้เกิดการปรับตัวเข้าสังคมอย่างรวดเร็ว

เค้าหาว เราก็หาว เค้าร้องไห้ เราก็ ร้องตาม

- อจ สุรัตน์

Comment

What the hell is water?

Added on April 15, 2024 by Surattanprawate.

ในน่านน้ำแห่งหนึ่ง ของวันธรรมดาวันหนึ่ง

วันธรรมดาของปลาตัวหนึ่ง

ปลาสูงวัย ว่ายน้ำสวนกับปลาหนุ่มรุ่นกระทง พยักหน้าให้พวกมันแล้วพูดว่า "สวัสดีตอนเช้า หนุ่มๆ น้ำเป็นไงบ้าง?"

ปลาหนุ่ม สองตัว ว่ายน้ำไปสักพัก ปลาตัวหนึ่งมองไปที่อีกตัวแล้วถามว่า "น้ำคืออะไรวะ ?"

นิทานสั้นของ นักเขียน เดวิด ฟอสเตอร์ วอลเลซ ใช้เป็นตัวอย่างแนวคิดว่า บางครั้งเราก็จมอยู่กับบางสิ่งบางอย่างมากมาย จนมันกลายเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นสำหรับเรา ในกรณีนี้ น้ำหมายถึง สภาพแวดล้อมหรือวัฒนธรรมที่อยู่รอบๆ ตัวเรา และเราอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันส่งผลต่อเรายังไง เพราะมันฝังรากลึกอยู่ในการดำรงชีวิตของเรานั่นเอง

อจ สุรัตน์

In Life, Business, Philosophy Tags Business, creative
Comment

เติมแสงสว่างให้กันและกัน - พลังของการแบ่งปัน

Added on April 15, 2024 by Surattanprawate.

““A candle loses nothing by lighting another candle”


”เทียนเล่มหนึ่งไม่สูญเสียอะไรเลยด้วยการจุดเทียนอีกเล่มหนึ่ง“

-โดยบาทหลวง James Keller

การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการจุดประกายให้มีแสงสว่างแห่งชีวิต เราไม่ได้สูญเสียอะไรไป มีแต่ทำให้แสงสว่างในสังคมเราน่าอยู่มากขึ้น

ภารกิจของ The Christophers ก่อตั้งขึ้นในปี 1949 โดยคุณพ่อ James Keller ชื่อกลุ่มมาจากคำภาษากรีกว่า Christophoros ซึ่งแปลว่า "ผู้ถือพระคริสต์"

ภารกิจหลังของกลุ่ม Christopher คือการสนับสนุนผู้คนทุกวัยและจากทุกสาขาอาชีพ ให้ใช้พรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้เพื่อสร้างความแตกต่างเชิงบวกให้กับโลกผ่านการส่งต่อความหวังและแรงบันดาลใจ

ภารกิจนี้แสดงออกมาได้ดีที่สุดในคติประจําใจของ Christophers’: “การจุดเทียนหนึ่งเล่มดีกว่าอยู่ใต้คำสาปแห่งความมืด”

ภารกิจสื่อของ Christophers’ แพร่กระจายผ่าน: 1) Christopher News Notes แผ่นพับที่ตีพิมพ์ปีละ 10 ครั้งในหัวข้อทางจิตวิญญาณที่หลากหลาย; 2) ปฏิทินประจําปีและ “หนังสือสามนาทีต่อวัน”ของเรื่องราวและการสะท้อนในแต่ละวันของปี; 3) “รายการวิทยุ Christopher Closeup” ออกอากาศทาง The Catholic Channel (129) ของ Sirius-XM ในวันอาทิตย์ เวลา 07.00 น. และ 11.30 น. ตะวันออก และทางเครือข่ายวิทยุที่เกี่ยวข้อง เวลา 08.30 น. ตะวันออก. 4) รางวัลคริสโตเฟอร์ประจําปีเฉลิมฉลองหนังสือภาพยนตร์และรายการทีวีที่ยืนยันคุณค่าสูงสุดของจิตวิญญาณมนุษย์; 5) การประกวดโปสเตอร์ประจําปีสําหรับนักเรียนมัธยมปลาย – และการประกวดวิดีโอสําหรับนักเรียนวิทยาลัย; 6) “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ Light One Candle”; 7) “Christopher Minutes” สปอตวิทยุหนึ่งนาที; 8) การประชุมเชิงปฏิบัติการผู้นําคริสโตเฟอร์; 9) การบริจาควรรณกรรมของคริสโตเฟอร์ให้กับกระทรวงเรือนจํา

การส่งต่อแสงสว่าง คือหนทางที่จะทำให้คนเราออกจากความมืดมนอย่างแท้จริง

www.christophers.org

Comment

Little free library - และร้านหมูปิ้งคุณพ่อ

Added on April 15, 2024 by Surattanprawate.

ร้านหมูปิ้งคุณพ่อ เราคิดว่า อร่อยที่สุดในโลก คำว่าอร่อยที่สุดในโลกนี้ ไม่รู้ว่าโลกของใครกัน อย่างน้องคือโลกของฉันเท่านั้น ก็ยัง Ok

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของสงกรานต์ 15 เมย. 67 คนไม่ค่อยพลุกพร่านมากนักในช่วงเช้า (สงสัยไม่ตื่น)

มาร้านนี้ทีไร สงสัยทุกที มีตู้ Little Free Library ที่ ไม่ค่อยคุ้นตาในประเทศไทยเท่าไหร่ แต่เออ พอมองในตู้ ก็เป็นหนังสือภาษาอังกฤษ ล้วน

เป็น ideas ที่ดี ที่ เอาหนังสือ มาตั้ง แชร์กันได้ คือมันมากกว่า แชร์ของทั่วไป แต่เป็นของที่มีตัวหนังสือ บรรจุความรู้และเรื่องราว

Little Free Library จริงๆ แล้ว มีการจัดการเป็นระดับ องค์กรนะ ไม่ใช่วางๆ แบบไม่มีการจัดการ

Little Free Library เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรตามมาตรา 501(c) (https://littlefreelibrary.org) ที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนหนังสือในละแวกใกล้เคียง ซึ่งมักจะอยู่ในรูปแบบของตู้หนังสือสาธารณะ มีการแลกเปลี่ยนหนังสือสาธารณะมากกว่า 150,000 เล่มที่ลงทะเบียนกับองค์กรและตั้งชื่อเป็น Little Free Libraries ผ่าน Little Free Libraries ใน 115 ประเทศ มีการแลกเปลี่ยนหนังสือหลายล้านเล่มในแต่ละปี โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการเข้าถึงหนังสือสำหรับผู้อ่านทุกวัยและทุกภูมิหลัง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Little Free Library ตั้งอยู่ในเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา

Little Free Library แห่งแรกสร้างขึ้นในปี 2009 โดย Todd Bol ผู้ล่วงลับในเมืองฮัดสัน รัฐวิสคอนซิน Bol ติดตั้งภาชนะไม้ซึ่งได้รับการออกแบบให้ดูเหมือนอาคารเรียนแบบหนึ่งห้องบนเสาบนสนามหญ้าของเขา และเต็มไปด้วยหนังสือเพื่อไว้อาลัยให้กับแม่ผู้ล่วงลับของเขา คนรักหนังสือ และครูในโรงเรียนที่เพิ่งเสียชีวิต Bol แบ่งปันความคิดของเขากับหุ้นส่วนของเขา Rick Brooks และร่วมกันสร้างและติดตั้งร้านหนังสือเพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆ ของแถบมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นไม่นาน ความคิดก็เริ่มแพร่กระจาย

Little Free Library ได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในฐานะองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2012 และ Internal Revenue Service ได้ยอมรับ Little Free Library เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรตามมาตรา 501(c) ในปลายปีนั้น

เป้าหมายเดิมของ Bol คือการสร้างห้องสมุดเล็กๆ จำนวน 2,510 แห่ง ซึ่งเกินกว่าจำนวนห้องสมุดที่ก่อตั้งโดยแอนดรูว์ คาร์เนกี ในโครงการที่มีการสร้างอาคารห้องสมุดและมอบให้ในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา บรรลุเป้าหมายนั้นในปี 2555

แนวคิดดีๆ ที่ได้รับการทำให้เป็นจริงนี้ ทำให้การส่งต่อความรู้เป็นไปโดยความร่วมมือกันของผู้คน และมันก็ยั่งยืนเสียด้วย เรื่องนี้ก็เป็นแนวคิดให้เราได้ว่า หากเราคิดอยากทำอะไรเพื่อส่งต่อความคิดดีๆ เพื่อสังคม เริามทำเลย และไอเดียมันจะถูกส่งผ่านกระจายไปได้อย่างยอดเยี่ยมเอง

มาดูรูปสวยๆ Little Free Library ทั่วโลกกัน

In Life, MyDiary Tags diary, life, MyDiary, Idea
Comment

จิตวิญญาณ ผ่านการทำงานของ Southwest Airline

Added on April 15, 2024 by Surattanprawate.

เราใช้ชีวิตกว่าครึ่งนึง ในที่ทำงาน เชื่อเถอะว่า การทำงานที่ดีทำให้คุณมีความสุขเพียงใด และตรงข้าม การทำงานที่น่าเบื่อ มันก็อาจจะแปลความหมายได้ว่า ชีวิตนั้น มันช่างน่าเบื่อเช่นกัน

ในสถานที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น องค์กรหรือบริษัท ในบรรดาผู้ก่อตั้งและผู้บริหารต่างก็รู้ว่า วัฒนธรรมองค์กรที่ชับเคลื่อนไปด้วยผู้คนนั้น สำคัญต่อการดำรงค์อยู่และความสำเร็จเพียงใด และสิ่งที่หล่อหลอมให้มันเกิดขึ้น หนึ่งในนั้นคือการมีความรู้สึกร่วม และต้องเป็นเป็นความรู้สึกร่วมที่ไม่ใช่แบบผิวเผินนะ ต้องเป็นความรู้สึกร่วมแบบลึกซึ้งและประทับใจ

ได้ผ่านมาอ่านวัฒนธรรมองค์กร ของ Southwest หนึ่งในสายการบินที่ประวัติการสร้างการมีส่วนร่วมผู้คนอย่างน่าทึ่ง และหนึ่งในนั้นที่ต้องพูดถึงมันบอกผ่านยังการตกแต่งของสำนักงานใหญ่ที่ผู้คนที่ได้ผ่านเข้ามาไม่ว่าจะประสบโดยเป็นพนักงานใหม่ ผู้ต้องออกไปทำงานที่อื่น หรือ ผู้เยี่ยมเยียน ต่างก็รับรู้ได้ถึงสิ่งที่ทำให้องค์กรคงอยู่และประสบความสำเร็จ

แม้ว่าความหมายอย่างเป็นทางการของ Headquarter หรือสำนักงานใหญ่ จะหมายถึงสถานที่ที่เป็นศูนย์รวมของผู้บริหาร กระบวนการจัดการองค์กร แต่ Headquarter ของ Southwest Airline เป็นมากกว่านั้น เพราะ Southwest Airline Headquarter คือสถานที่ที่มาพบปะ สถานที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ และสถานที่สร้างแรงบันดาลใจของบริษัท โดยมีวัฒนธรรม LUV Culture หรือ วัฒนธรรมแห่งความรัก

กว่า 23 ปีนับตั้งแต่เปิดทำการ HDQ ได้ขยายไปสู่ขนาดมหึมา 920,000 ตารางฟุต! ตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณก้าวเข้าไปในล็อบบี้ คุณจะบอกได้เลยว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันมหาศาลและข้อเท็จจริงสนุกๆ เกี่ยวกับบริษัทและบุคลากร มีสิ่งของใส่กรอบบนผนังมากกว่า 20,000 ชิ้นและตู้โชว์มากกว่า 20 ตู้!

ขณะที่เดินขึ้นอาคารห้าชั้น จะพบกับช่วงเวลาอันเป็นสัญลักษณ์ในประวัติศาสตร์ของ ตั้งแต่การเริ่มต้นของ Southwest Airlines บนผ้าเช็ดปาก “Texas Triangle” อันโด่งดัง ไปจนถึงพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของเราที่สวมกางเกงขายาวสีแดงส้มสดใสพร้อมรองเท้าบูทอะโกโก้แบบผูกเชือก และจากนั้นก็มีการเปิดตัวค่าโดยสาร 13 ดอลลาร์และเหล้าหนึ่งขวดในปี 1973 .

สำนักงานส่วนใหญ่มีโรงอาหาร แต่ที่ SWA มี "The Landing" อยู่ที่ชั้นบนสุด ส่วนนี้ของอาคารถูกเพิ่มเข้ามาในปี 1998 The Landing เป็นอีกหนึ่งทำเลที่ยอดเยี่ยมในอาคารที่ให้ทัศนียภาพอันยอดเยี่ยมของตัวเมืองดัลลาสและ Love Field นอกจากอาหารที่เสิร์ฟที่ Landing แล้ว เรายังมี Freedom Shop อีกด้วย ซึ่งคุณสามารถซื้อของสะสม เครื่องประดับ และเครื่องแต่งกายได้ทุกประเภท (ซึ่งทั้งหมดออกแบบโดยพนักงานของ Southwest)

เมื่อย้อนกลับไปที่ชั้นหนึ่งคือมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน The University of People ซึ่งกำลังฉลองครบรอบ 25 ปี! คุณอาจสงสัยว่า “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน” คืออะไร; U4P เป็นส่วนหนึ่งของอาคารที่ส่งเสริมการพัฒนาส่วนบุคคลและอาชีพของพนักงานทุกคน ชั้นเรียนมีให้ทั้งแบบตัวต่อตัวและแบบออนไลน์สำหรับพนักงานทั่วทั้งระบบ สิทธิพิเศษดีๆ สำหรับพนักงานภาคตะวันตกเฉียงใต้

ถัดจาก U4P คือศูนย์วัฒนธรรมชั้น 1 ของเรา นี่เป็นหนึ่งในสถานที่รวมตัวพิเศษหลายแห่งในอาคารที่พนักงานและแขกทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้ตกแต่งตามธีมของราชินีแห่งหัวใจ ประธานกิตติมศักดิ์คอลลีน บาร์เร็ตต์ คอลลีนสอนพนักงานของเราทุกคนให้ดำเนินชีวิตตามกฎทอง: ปฏิบัติต่อผู้อื่นตามที่คุณต้องการให้ปฏิบัติ และเธอให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมของเราอยู่เสมอ เพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ คณะกรรมการวัฒนธรรมทั่วทั้งบริษัทได้บริจาคเก้าอี้รูปหัวใจตามที่แสดงในภาพ

อีกส่วนหนึ่งของอาคารที่ได้รับการปรับปรุงใหม่คือศูนย์วัฒนธรรมบนชั้น 3 ซึ่งเปิดในปลายปี 2012 ศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้ได้รับการออกแบบในธีมการเดินทางอย่างเหมาะสมพร้อมพื้นที่ประชุมที่เป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งมีชื่อสนุกๆ เช่น "Now Boarding" และ "Space Available"

Ref. https://community.southwest.com/t5/Blog/Instagram-PhotoSWAlk-A-Tour-of-Headquarters/ba-p/41137

In Innovation, Business Tags Business, culture, HR
Comment

ริวอิจิ ซากาโมโต - ทำนองของชีวิตและเสียงเพลง ยามท้ายแห่งการจากลา

Added on April 13, 2024 by Surattanprawate.

ชีวิตของแต่ละคน เหมือนตัวโน๊ตที่เล่นไปตามจังหวะของมัน ไม่ว่าเมื่อเราตายไปแล้ว จะมีคนจดจำทั้งโลก หรือกลายเป็นฝุ่นผงที่มลายหายไปในอากาศ เราก็คงไม่อาจจะมองเห็นได้ นั่นไง ที่ทำให้บางคนคิดว่า ชีวิตคือสิ่งมหัศจรรย์และมีค่า ในขณะอีกหลายคนก็คิดว่า ชีวิตมันก็เท่านี้แหละ

ในบรรดานักเปียโนและศิลปินสมัยใหม่ ผู้ที่มีอิทธิพลคนหนึ่ง ในวงการดนตรี คงหนีไม่พ้น Ryuichi Sakamoto ที่ในช่วงชีวิตสร้างสรรค์ผลงานมากมาย

แต่ชีวิตในบั้นปลาย ก็คงหนีไม่พ้นการจากไป แต่มันเป็นการจากไป ที่พอจะเตรียมการไว้ได้ เพราะโรคที่พรากไปคือ มะเร็ง ที่เป็นโรคที่พอจะกำหนดเวลากัดกินร่างกายและขีดเส้นหมายให้คาดการได้บ้าง

Opus by Ryuichi Sakamoto

ก่อนจากไปอย่างไม่มีวันกลับ Ryuichi Sakamoto ได้ฝากผลงานภาพยนต์ ที่เป็นการบรรเลงเปียโนของเขา 20 เพลง ไม่มีเสียงพูด ไม่มีเสียงอื่นใด นอกจากเสียงดนตรีและภาพมุมมองรอบ ๆ ตัวต่าง ๆ ราวกับว่า ให้ดนตรี เล่าเรื่องราวของชีวิตผ่านตัวโน๊ต ให้จิตนาการช่วงขีวิตกับมุมรอบ ๆ โต๊ะเปียโน ใบหน้า และแววตาใต้แว่นกลม เท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับการระลึกถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ชีวิตผูกพันกับดนตรี

Ryuichi Sakamoto: Opus เป็นภาพยนตร์สารคดีปี 2023 ที่เป็นการอําลาอย่างเจ็บปวดจากนักดนตรีในตํานาน. เมื่อรู้ว่าเขากําลังต่อสู้กับโรคมะเร็ง ซากาโมโตะจึงสร้างการแสดงครั้งสุดท้ายให้กับแฟนๆ ของเขา.

สารคดีเรื่องนี้ถ่ายทําในปลายปี 2022 โดยมีรูปแบบที่แยกส่วน มีเพียงซากาโมโตะและเปียโนของเขา. ตลอดทั้งเรื่อง เขาแสดงผลงานประพันธ์ของเขา 20 ชิ้น แต่ละชิ้นได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันโดยซากาโมโตะเอง. การเลือกเหล่านี้ทําหน้าที่เป็นการย้อนหลังซึ่งครอบคลุมอาชีพทั้งหมดของเขา.

ผู้ชมจะได้เดินทางผ่านวิวัฒนาการทางดนตรีของซากาโมโตะ ตั้งแต่วันแรก ๆ ของเขาในฐานะป๊อปสตาร์กับ Yellow Magic Orchestra ไปจนถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องสําหรับผู้กํากับเบอร์นาร์โด แบร์โตลุชชี. ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังนําเสนอผลงานจากผลงานที่มีสมาธิมากขึ้นในเวลาต่อมาของเขา.

กํากับโดย Neo Sora ลูกชายของเขา "Opus" นําเสนอภาพที่ใกล้ชิดของศิลปิน. ถ่ายทําในพื้นที่ที่คุ้นเคยซึ่งรายล้อมไปด้วยผู้ร่วมงานที่เชื่อถือได้ ซากาโมโตะทุ่มเทหัวใจให้กับการแสดงแต่ละครั้ง. การรู้ว่านี่คือการแสดงต่อสาธารณะครั้งสุดท้ายของเขาช่วยเพิ่มความลึกทางอารมณ์ให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้.

เปิดตัวในเดือนกันยายนปี 2023 ไม่นานหลังจากการจากไปของซากาโมโตะ "Opus" เป็นมากกว่าภาพยนตร์คอนเสิร์ต. เป็นการเฉลิมฉลองชีวิตของศิลปินและการบอกลาอันน่าประทับใจจากยักษ์ใหญ่ทางดนตรี.

In Philosophy, Life, Movies Tags music, dailyphilosophy
Comment

Sound of Nature - กับการเข้าหาธรรมชาติในการเยียวยาบาดแผลของชีวิต

Added on April 13, 2024 by Surattanprawate.

โลกนี้มันเต็มไปด้วยเสียงที่ noisy - we are living in the noisy world

เสียงที่ว่านี้ อาจจะไม่ใช่เสียงที่เป็น sound เสียงจริง ๆ แต่เป็นสิ่งที่ distract จากความคิดคำนึง ความรู้จักตัวตนของเรา การเข้าใจชีวิตตามความเป็นไป ชีวิตตามความเป็นจริง

มนุษย์เรายิ่งเจริญขึ้น เราห่างธรรมชาติชึ้นเรื่อย ๆ มันแปลกดีนะ

วันนี้ ได้เข้า website นึงเป็นของ Timber festival เทศกาลดนตรีและธรรมชาติที่จัดขึ้น National Forest UK โดยกิจกรรมของเทศกาลนี้ เป็นเรื่องดนตรีที่ผสานกับธรรมชาติ ศิลปะ และไอเดียที่จะได้มาแลกเปลี่ยนกัน รวมถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น การปีนเขา เดินป่า และกิจกรรมกลางแจ้ง โดยทั้งหมด มีจุดมุ่งหมายเพื่ดเป็นการกระตุ้นเตือนความสำคัญของธรรมชาติและการผสานกับความเป็นอยู่ของคนและป่า

ใน website ของ Timber festival ยังมีเสียงที่น่าสนใจ เป็นเสียงของป่าและเสียงของดนตรี ใน sound of forest ที่รวบรวมเสียงของป่าต่างๆ ทั่วโลกมาให้ฟังในรูปแบบเสียงใน soundcloud

https://timberfestival.org.uk/soundsoftheforest-soundmap/?fbclid=IwAR03yGFTcK5MI-_rGb_EHHi-Wy_P0vXWfn_0Iea05llPXmbyRH2kGEPPIQA_aem_ASNrXcDRa6Y-FzpotUhbKSruBbyc1X4kTz9U8AkDTCRExIthq7vnCXIez1JdYcyz6-vB669_G3aeRYFS7YACzaGx



นอกจากนี้แล้ว ยังมี ศิลปินมาร่วมแจมด้วยรูปแบบเฉพาะตัวในการผสานเสียงดนตรีกับธรรมชาติ >> https://timberfestival.org.uk/sounds-of-the-forest/the-next-phase/

การสดับฟังเสียงของธรรมชาติ เป็นการผ่อนคลาย หากในแง่ของทางประสาทวิทยา ก็เป็นแห่งของการสร้าง alpha wave คลื่นความถี่ที่ทำให้สมองผ่อนคลายและมีความสุขที่สุด

หลับตาลง ปล่อยวางความกังวล ละทิ้งความวุ่นวาย จินตนาการ ว่าคุณกำลังยืนท่ามกลางป่าใหญ่ ร่มรื่นด้วยแมกไม้สูงตระหง่าน สายลมพัดผ่านใบไม้ เสียงใบไม้ไหวดังก้อง สัมผัสแผ่วเบาประสาทสัมผัสของคุณ

เสียงฝน โปรยปรายลงมา เพิ่มเติมจังหวะให้กับบรรยากาศ เสียงเม็ดฝนกระทบใบไม้ ดังก้องกังวาน ผสมผสานกับเสียงกิ่งไม้กระทบกัน สร้างซิมโฟนีธรรมชาติอันไพเราะ

เสียงนกร้อง ดังก้องกังวานไปทั่วป่า เสียงเพลงอันไพเราะจากนกหลากหลายสายพันธุ์ ขับขานประสานเสียง สร้างความกลมกลืนกับธรรมชาติ ราวกับวงออร์เคสตราอันยิ่งใหญ่

เสียงน้ำ ไหลรินจากลำธาร เสียงน้ำตกดังก้อง สะท้อนก้องไปทั่วป่า เสียงน้ำที่ไหลรินอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่ก็ยังคงอยู่เหนือกาลเวลา

ท่ามกลาง เสียงธรรมชาติอันไพเราะ เหล่านี้ จิตใจของคุณค่อยๆ สงบลง ความกังวลทั้งปวงค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความเงียบสงบและความสงบสุขที่แท้จริง

ศิลปิน หลายท่าน ได้บันทึกเสียงธรรมชาติอันไพเราะเหล่านี้ ผ่านผลงานศิลปะ เช่น โปรเจ็กต์ "Sounds of the Forest" เสียงธรรมชาติเหล่านี้ถูกนำมาผสมผสานกับเสียงดนตรี สร้างเป็นบทเพลงที่ไพเราะ ดึงดูดให้ผู้ฟังดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ

ลอง หลับตาลง ฟังเสียงเพลงจากธรรมชาติเหล่านี้ ปล่อยให้เสียงเพลงพาคุณไปสู่สถานที่แห่งความสงบสุข สัมผัสกับความงามอันเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งของโลกธรรมชาติ

ธรรมชาติ มอบของขวัญอันล้ำค่าให้กับเรา มอบความสงบสุข ผ่อนคลาย และฟื้นฟูจิตใจ ให้เราได้กลับมาเชื่อมต่อกับโลกอีกครั้ง

ใช้เวลาสักครู่ ฟังเสียงธรรมชาติอย่างตั้งใจ ปล่อยวางความคิด ปล่อยให้เสียงเพลงธรรมชาติพัดพาคุณไปสู่สถานที่แห่งความสงบสุข

In Life, Philosophy Tags life, nature, music
Comment

ประสบการณ์เหนือธรรมชาติและความผูกพันธ์หลังความตายของสัตว์เลี้ยง The supernatural feeling of losing pet

Added on April 13, 2024 by Surattanprawate.

คนเราย่อมพบความสูญเสีย และ หลายครั้งที่เราได้ยินสิ่งเหนือธรรมชาติจากประสบการณ์ความสูญเสีย และการมาเยือนของผู้ที่ล่วงลับ

“ประสบการณ์ที่ได้สัมผัส ไม่ว่าทางประสาทสัมผัสใดก็ตาม จะมีความแตกต่างกันไป โดยความผูกพันธ์ที่แตกต่างกันอาจทำให้ประสบการณ์ต่างกัน และมันก็มีทั้งประสบการณ์เชิงลบและเชิงบวก โดยประสบการณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงก็เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างไปจากการสูญเสียคนที่รู้จักหรือใกล้ชิด”

การศึกษาประสบการณ์เหนือธรรมชาติต่อสัตว์เลี้ยงที่จากไป

การวิจัยพิจารณาถึงผลกระทบทางจิตวิทยาของประสบการณ์เหล่านี้ โดยเน้นถึงความสำคัญในกระบวนการโศกเศร้าสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร Anthrozoös นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์วิเคราะห์การมาเยือนเหนือธรรมชาติที่รายงานโดยเจ้าของสุนัข 544 รายบน Twitter/X และ Instagram เพื่อตอบคำถามที่เธอโพสต์ในบัญชียอดนิยมของเธอที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการผจญภัยของฝูงโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ของเธอ

ความคิดเห็นเหล่านี้แบ่งออกเป็น 2 หัวข้อหลัก โดยมี 6 หัวข้อย่อย ได้แก่ ประสบการณ์ทางกายภาพ (การได้ยิน การเห็น และการสัมผัสผีสุนัข) และประสบการณ์การตีความแบบนามธรรม (การเห็นสัญญาณในธรรมชาติ การได้รับการเยี่ยมเยียนจากสุนัขที่เสียชีวิตในความฝัน และการระบุความรู้สึกและปรากฏการณ์ จิตวิญญาณของสุนัข)

มีการศึกษาวิธีที่ผู้คนบรรยายถึงความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับการมาเยือนเหนือธรรมชาติเหล่านี้ด้วย พบ 3 หัวข้อ ได้แก่ ความรู้สึกเชิงบวก ความรู้สึกผสมไปจนถึงความรู้สึกเศร้า และข้อความ

ความรู้สึกที่รายงานส่วนใหญ่ (74.6%) เป็นความรู้สึกเชิงบวก ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจ มั่นใจ และรู้สึกถึงการปกป้อง

ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นการแสดงให้เห็นทางกายภาพ เช่น การได้ยินเสียงคลิก-คลิก-คลิกของตะปูบนไม้เนื้อแข็ง รู้สึกจมูกเปียกเล็กน้อยที่แก้ม หรือสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตขนยาวที่อบอุ่นบนเตียงข้างๆ อีกครึ่งหนึ่งเป็นสัญญาณ เช่น เห็นผีเสื้อหรือสายรุ้ง (บทกวียอดนิยมเกี่ยวกับการสูญเสียสัตว์เลี้ยง “ข้ามสะพานสายรุ้ง”) หรือพบสุนัขในความฝัน

“โดยทั่วไปแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นการปฏิสัมพันธ์อย่างสันติ เงียบสงบและเกือบจะเป็นการปลอบโยนกันในระดับสากล” เธอกล่าว ตรงกันข้ามกับการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์เหนือธรรมชาติเป็นผลลบ “ในทางจิตวิทยา มันดีต่อผู้คน”

ความสนใจของ Golbeck ในหัวข้อนี้เป็นทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องอาชีพ เนื่องจากเธอและสามีของเธอ Ingo Burghardt เริ่มช่วยเหลือโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ที่ป่วยหรืออายุมากในปี 2017 เธอก็สูญเสียสุนัขไปเกือบสิบตัว และในฐานะนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ต้องการทำความเข้าใจกับแนวคิดหัวรุนแรงทางออนไลน์ เธอได้เจาะลึกเรื่องจิตวิทยา โดยจบปริญญาโทในหัวข้อจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในภาคการศึกษานี้

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า “คนที่เห็นผีของมนุษย์ผู้เป็นที่รักซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว มักเรียกพวกเขาว่าภาพหลอน” เธอกล่าว “ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว นั่นเป็นเรื่องจริง แต่ในขณะเดียวกัน คนก็มักอยากรู้สึกเมินเฉยต่อประสบการณ์นั้น”

สังคมให้ช่องทางสาธารณะสำหรับความเศร้าโศกแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเพียงไม่กี่แห่ง เธอกล่าว ผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับการจากไปของสัตว์เลี้ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนสมาชิกในครอบครัว  การวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้คนมีความผูกพันกับสุนัขของพวกเขา คล้ายคลึงกับความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก Golbeck กล่าว

การประสบกับวิญญาณของผู้จากไปถือเป็นประสบการณ์แห่งความเศร้าโศกตามวัฒนธรรมที่พบได้ทั่วไป ปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า “พันธะต่อเนื่องภายนอก” และแสดงถึงความสัมพันธ์ที่กำลังดำเนินอยู่กับผู้จากไป

ความแตกต่างของประสบการณ์กับสุนัขหรือสัตว์เลี้ยง จะมีความแตกต่างกันกับการสูญเสียคน ซึ่งมักเป็นประสบการณ์เชิงลบมากกว่า เช่น ได้กลิ่นเหม็น มีเงาตะคุ่ม หรือ อาการหนาวเย็นยะเยือก

reference

  1. https://www.tandfonline.com/doi/full/10.1080/08927936.2024.2327174

In Philosophy, Life Tags life, pet, spirit
Comment

โอบกอดเงา เรื่องของยายวัย 90 และการไม่รู้สึกเสียดายอะไร

Added on April 13, 2024 by Surattanprawate.

ในเมืองเล็กๆ ที่สวยงามแปลกตาที่ตั้งอยู่ระหว่างเนินเขาสลับกับป่าที่ส่งเสียงกระซิบ มีผู้หญิงคนหนึ่งอาศัยอยู่ซึ่งได้เห็นการจากไปของเก้าทศวรรษที่ผ่านมา ขอเรียกคุณยายว่า “คุณยายคนนึง” ละกัน วิญญาณผู้อ่อนโยนซึ่งมีสติปัญญาล้ำลึกพอๆ กับริ้วรอยบนใบหน้าของเธอที่ผุกร่อน

บ่ายวันหนึ่งที่สดใสของฤดูใบไม้ร่วง ขณะที่ใบไม้เต้นรำเพลงวอลทซ์สุดท้ายก่อนถึงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง “คุณยายคนหนึ่ง” นั่งอยู่ริมหน้าต่างกระท่อมอันแสนสบายของเธอ ความคิดของเธอล่องลอยไปราวกับลมกระโชกในฤดูใบไม้ร่วง เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสงสีทองไปทั่วห้อง ดูเหมือนเธอจะหลงอยู่ในโลกที่อยู่ระหว่างความทรงจำและภวังค์

ประตูเปิดออกดังเอี๊ยด และอาจารย์หมอก้าวเข้ามาเยี่ยมไข้ ชายหนุ่มผู้มีสายตาใจดีและมีจิตใจอยากรู้อยากเห็น เขามักจะขอคำแนะนำจาก“คุณยายคนหนึ่ง”บ่อยครั้ง โดยดึงดูดเข้าหาบ่อเกิดแห่งปัญญาที่ดูเหมือนจะหลั่งไหลออกมาจากเธอในทุกคำพูด

“คุณยายคนหนึ่ง สวัสดีครับ” เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับเสียงใบไม้ที่ร่วงหล่น “อจ.ขอนั่งกับคุณยายสักพักได้ไหม?”

ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “คุณยายคนหนึ่ง” ชี้นิ้วไปที่เก้าอี้ว่างข้างๆ เธอ "แน่นอน คุณหมอที่รัก อะไรทำให้คุณมาที่นี่ในวันที่สวยงามเช่นนี้"

อจ.หมอ นั่งลง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเคารพและความห่วงใย “ฉันได้ยินเสียงกระซิบในหมู่บ้าน คุณยาย เสียงกระซิบของความเหนื่อยล้าของคุณ ความปรารถนาที่จะจากโลกนี้”

ตาของ “คุณยายคนหนึ่ง” สบกันกับ อจ หมอ และแม้ว่าดวงตาของเธอจะพร่าเลือนและเปลือกตาก็หนักและหย่อยคล้อย แต่กลับเปล่งประกายด้วยแสงจากภายใน “อา เสียงกระซิบแห่งวัยชรา” เธอครุ่นคิด “แต่อย่ากังวลไปเลยคุณหมอ วิญญาณของฉันอาจจะแก่แล้ว แต่ก็ยังเดินอย่างช้า ๆ ไปตามจังหวะของชีวิต”

อาจารย์หมอ ขมวดคิ้ว ความอยากรู้อยากเห็นของเขาป่องๆ “แล้วทำไมล่ะคุณย่า? ทำไมต้องพูดถึงการจากไปในเมื่อโลกนี้ยังมีความสวยงามอยู่มากมาย”

ถอนหายใจเบาๆ หลุดออกจากริมฝีปากของ “คุณยายคนหนึ่ง” พร้อมคำพูด

ที่พร้อมไปด้วยการไตร่ตรองในช่วงชีวิตไว้ด้วย “เห็นไหม อจ หมอ ที่รัก” เธอเริ่มด้วยเสียงท่วงทำนองอันอ่อนโยนที่ถักทอด้วยสายใยแห่งความหยั่งรู้อันลึกซึ้ง “เวลาที่ผ่านไป มันจารึกตอกลงในร่างกายที่ทรุดโทรมลงทีละหน่อย ร่างกายของฉันเหมือนเปลือกไม้ และอายุก็สลักแก่นวงปีไว้ ถึงแม้วิญญาณจะยังลุกโชนเท่าใด แต่มันก็ไม่อาจอาศัยอยู่ในร่างกายนี้ได้”

อจ. หมอ พยักหน้า หัวใจของเขาหนักอึ้งด้วยความเข้าใจ

รอยยิ้มของ“คุณยายคนหนึ่ง” เป็นเหมือนสัญญาณในยามพลบค่ำ ส่องสว่างในความมืดด้วยความเปล่งประกายอันอ่อนโยน

“แล้วคุณย่าไม่กลัวความตายเหรอ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาเสมือนไม่อยากให้ขนนกกระดิกจากลมที่ออกจากคำพูด

“คุณยายคนหนึ่ง” ส่ายหัว ดวงตาของเธอสะท้อนถึงส่วนลึกอันไม่มีที่สิ้นสุดของจักรวาล “ไม่ หรือคุณหมอ เพราะความตายเป็นเพียงบทสุดท้ายของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของการดำรงอยู่ ประตูที่เราทุกคนต้องผ่านไป และแม้ว่าการเดินทางจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ก็ยังเต็มไปด้วยสิ่งที่รอสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ "

ขณะที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทอดเงายาวไปทั่วห้อง อจ. รู้สึกถึงความสงบสุขที่ปกคลุมเขาราวกับกระแสน้ำที่อ่อนโยน เพราะด้วยภูมิปัญญาของ“คุณยายคนหนึ่ง” เขาได้พบกับความปลอบใจท่ามกลางกระแสน้ำที่หมุนวนของชีวิต

และในขณะที่พวกเขานั่งอยู่ด้วยกันท่ามกลางแสงที่จางหายไป ล้อมรอบด้วยเสียงสะท้อนของคนรุ่นก่อนและเสียงกระซิบแห่งอนาคตที่ยังไม่คลี่คลาย พวกเขาโอบรับความงดงามของช่วงเวลาปัจจุบัน โดยรู้ว่าแม้ในคืนที่มืดมนที่สุด ดวงดาวก็ยังคงส่องแสงเจิดจ้า

In Philosophy, Life
Comment

4 methods to increase your revenue 4 วิธีในการเพิ่มรายได้

Added on April 13, 2024 by Surattanprawate.

Business คือ การทำให้คุณค่าที่คุณสร้างขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า และได้รายได้เพียงพอที่จะทำให้บริษัทรอดและเติบโตในอนาคต

กว่า 90% ของบริษัท startup เจ๊ง โดยที่เจ๊งใน 1 ปี 10% และ เจ๊งใน 5 ปี ถึง 50% และเมื่อติดตามต่อไป ก็นั่นแหละฮะ 90% ไม่รอด (information from www.embroker.com)

คำว่า เจ๊ง แปลว่าไม่มีเงินพอที่จะหล่อเลี่ยงให้รอด เรียกได้ว่า เจ๊งก่อนโต เพราะบริษัทโดยเฉลี่ย ใช้เวลาประมาณ 3 ปีในการ set up ให้รู้ที่ รู้ทางในการทำรายได้ และ สร้างคุณค่าให้เป็นที่ต้องการ การสร้างรายได้ให้เพียงพอคือสิ่งสำคัญ และ หากคุณมีรายได้แต่ไม่เพียงพอ วิธีการสร้างรายได้

หากคุณต้องการให้ธุรกิจของคุณสร้างรายได้มากขึ้น มีเพียง 4 วิธีในการเพิ่มรายได้ ได้แก่ การเพิ่มจำนวนลูกค้า การเพิ่มขนาดธุรกรรมโดยเฉลี่ย การเพิ่มความถี่ในการทำธุรกรรมต่อลูกค้า 1 ราย และเพิ่มราคาของคุณ

Josh Kaufman อธิบาย '4 วิธีในการเพิ่มรายได้'

เชื่อหรือไม่ มีเพียงสี่วิธีในการเพิ่มรายได้ของคุณ:

  1. เพิ่มจำนวนลูกค้า

  2. เพิ่มขนาดธุรกรรมเฉลี่ย

  3. เพิ่มความถี่ในการทำธุรกรรมต่อลูกค้า

  4. เพิ่มราคาของคุณ

ลองจินตนาการว่าคุณกำลังเปิดร้านอาหาร และต้องการเพิ่มรายได้ที่ร้านอาหารนั้นเข้ามา วิธีใช้กลยุทธ์เหล่านี้มีดังนี้

การเพิ่มจำนวนลูกค้าหมายความว่าคุณกำลังพยายามดึงดูดผู้คนเข้ามาที่ประตูมากขึ้น กลยุทธ์นี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา: ผู้เยี่ยมชมร้านอาหารของคุณมากขึ้นจะมีแท็บมากขึ้น ซึ่ง (สมมติว่าขนาดธุรกรรมโดยเฉลี่ยยังคงเท่าเดิม) จะนำเงินมาให้มากขึ้น

การเพิ่มขนาดธุรกรรมโดยเฉลี่ยหมายความว่าคุณกำลังพยายามดึงดูดลูกค้าแต่ละรายให้ซื้อเพิ่ม โดยทั่วไปจะทำผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการขายต่อยอด เมื่อลูกค้าซื้ออาหารจานหลัก คุณจะเสนออาหารเรียกน้ำย่อย เครื่องดื่ม และของหวานให้ลูกค้า ยิ่งลูกค้าซื้อสินค้าเหล่านี้มากเท่าไร พวกเขาก็จะใช้จ่ายมากขึ้นเท่านั้น และคุณก็จะมีรายได้มากขึ้นเท่านั้น

การเพิ่มความถี่ในการทำธุรกรรมต่อลูกค้าหมายถึงการกระตุ้นให้ผู้คนซื้อสินค้าจากคุณบ่อยขึ้น หากลูกค้าโดยเฉลี่ยของคุณเข้ามาเดือนละครั้ง การโน้มน้าวให้พวกเขาสนับสนุนธุรกิจของคุณสัปดาห์ละครั้งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคุณ ยิ่งพวกเขามาที่ร้านของคุณบ่อยแค่ไหน ร้านอาหารของคุณก็จะมีรายได้มากขึ้นเท่านั้น โดยถือว่าขนาดธุรกรรมโดยเฉลี่ยเท่าเดิม

การเพิ่มราคาหมายความว่าคุณจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการซื้อทุกครั้งที่ลูกค้าทำ สมมติว่าปริมาณ ขนาดธุรกรรมโดยเฉลี่ย และความถี่ของคุณยังคงเท่าเดิม การเพิ่มราคาจะช่วยสร้างรายได้มากขึ้นด้วยความพยายามเท่าเดิม

ลูกค้าที่ใช่ ไม่เสียเวลา กับคนไม่ match คุณค่า

ไม่ใช่ลูกค้าทุกรายจะเป็นลูกค้าที่ดี ลูกค้าบางรายจะยอมเสียเวลา พลังงาน และทรัพยากรของคุณโดยไม่ให้ผลลัพธ์ที่คุณต้องการ หากคุณทุ่มเทไปกับการให้บริการลูกค้าที่ไม่ได้เข้ามาบ่อยๆ มีขนาดธุรกรรมเฉลี่ยต่ำ ไม่กระจายข่าว และบ่นเรื่องราคา ก็ไม่สมเหตุสมผลเลยที่จะดึงดูดลูกค้าเหล่านั้นให้มากขึ้น ลูกค้า

มุ่งเน้นความพยายามส่วนใหญ่ของคุณในการให้บริการลูกค้าในอุดมคติของคุณเสมอ ลูกค้าในอุดมคติของคุณซื้อเร็ว ซื้อบ่อย ใช้จ่ายมากที่สุด บอกต่อ และยินดีจ่ายเบี้ยประกันภัยตามมูลค่าที่คุณมอบให้

ข้อมูลจาก the Personal MBA by Josh Kaufman

In Business Tags business
Comment

Relationship Paradox ความขัดแย้งของความสัมพันธ์

Added on April 12, 2024 by Surattanprawate.

ยิ่งใกล้ เหมือนยิ่งไกล ยิ่งแคร์แต่ยิ่งรำคาญ ยิ่งรักแต่กลับเหมือนผลักไส

❤️ มาเข้าใจความขัดแย้งความสัมพันธ์กัน

Relationship paradox หมายถึงแนวคิดที่ว่าบางครั้งยิ่งคุณพยายามบังคับหรือควบคุมความสัมพันธ์มากเท่าใด ความสัมพันธ์ก็จะหลุดลอยไปหรือตึงเครียดมากขึ้นเท่านั้น

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในความสัมพันธ์จากมุมมองทางจิตวิทยามีรากฐานมาจากทฤษฎีความผูกพัน เมื่อบุคคลต้องอยู่กับคู่ครองของตัวเองมาก จะเกิดการแสดงอำนาจในการควบคุมแชะผสานตัวตน ทำให่เกิดความอึดอัด นแกจากนี้ เมื่อแสดงความรักและเอาใจใส่ ก็จะยิ่งทำให้อีกฝ่าย รู้สึกเหนือกว่าและขาดแรงจูงใจ ในการค้นหาและพัฒนาความสัมพันธ์

นอกขากนี้ มนุษย์ โดยพื้นฐานแล้ว ต้องการพัฒนาตัวเอง และการพัฒนาตัวเอง มักเกิดจากความเห็นต่างและขัดแย้งที่ไม่เกินเลยมากนัก ซึ่งทำให้คู่ที่เอาใจ ตามใจจนหวานเลี่ยน ในท้ายที่สุดก็ถึงเวลาคายทิ้ง ขับไล่คู่ครองออกไปได้

การวิจัยโดยนักทฤษฎีความผูกพัน เช่น Bowlby และ Ainsworth แสดงให้เห็นว่ารูปแบบความผูกพันที่ปลอดภัย ซึ่งมีความสมดุลที่ดีระหว่างความเป็นอิสระและความใกล้ชิด นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่น่าพึงพอใจและยั่งยืนมากขึ้น ดังนั้นการมุ่งมั่นเพื่อการเติบโตส่วนบุคคลและการรักษาความรู้สึกเป็นอิสระภายในความสัมพันธ์สามารถกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักได้จริง

แนะนำว่า การพัฒาความสัมพันธ์อย่างยั่งยืน

1. เอาใจใส่ใกล้ชิดแต่พอดี

2. มีเวลาปล่อยให้เป็นอิสระบ้าง

3. ไม่ตามใจนัก มีการพัฒนาซึ่งกันและกันผ่านการเตือนเพื่อเติบโต

- อจ สุรัตน์

Comment

Image by Freepikk.com

“Move Big Things For People" to "Enabling People To Make Big Things" การสร้าง space เสมือนยานพาหนะแห่งการเรียนรู้

Added on April 12, 2024 by Surattanprawate.

สร้างสิ่งยิ่งใหญ่ให้ผู้คน เพื่อให้ผู้คนสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่

การสร้างสิ่งอะไรที่ยิ่งใหญ่ ต้องมีคนสร้างที่ยิ่งใหญ่ การสร้างคน คือปัจจัยในความสำเร็จในทุกระดับ ดูอย่างประเทศสิงคโปร์ ที่ทุกคนล้วนมีจิตวิญญาณของนักปฎิวัติ นักต่อสู้และนักขับเคลื่อน ของผู้นำอย่าง ลี กวน ยู ที่จะขับเคลื่อนประเทศไปในทางเดียวกัน


ประชากร ผู้คน และผู้นำ คือสิ่งที่เป็นกุญแจสำคัญในการสรรสร้างการเปลี่ยนแปลง


การสร้างผู้คนผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง อาจเกิดได้โดยบังเอิญผ่านเรื่องราวที่บีบบังคับ เรียกว่า สถานการณ์สร้างคน หรืออาจเกิดจากการวางแผนและกลยุทธที่วางไว้อย่างเป็นระเบียบ เพื่อการคาดการณ์ผลลัพย์ที่พึงได้


โครงสร้างพื้นฐานและกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ หลักสูตรทั้ง online offline หรือ physical space ในการเรียนรู้ จะช่วยกระตุ้น ความคิดสร้างสรรค์เพื่อการสร้างฝันให้เป็นจริงได้


Ewan McIntosh ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการศึกษาเรียนรู้และเทคโนโลยี ได้กล่าวถึงความสำคัญของ learning space ได้กล่าวไว้ว่า


การเติบโตและความคิดสร้างสรรค์ เกิดขึ้นกับ พื้นที่ของการเรียนรู้ที่ไม่ใหญ่มากนัก ความสดใหม่ของผู้เริ่มต้นอย่าง startup และ ความไม่มีประสบการณ์


คำพูดนี้เหมือนกับการบอกว่า หากองค์กรขนาดใหญ่ ประสบการณ์สูง และใช้พื้นที่เรียนรู้ขนาดใหญ่ มันจะเป็นธรรมชาติของการสร้างกำแพงขัดขวางความคิดสร้างสรรค์

จาก Blog edu.blogs.com

>> https://edu.blogs.com/edublogs/2010/10/-cefpi-clicks-bricks-when-digital-learning-and-space-met.html

7 learning spaces ได้ถูกกล่าวถึงและออกแบบให้เกิดการเรียนรู้ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้มากที่สุด

  1. Secret space ที่ที่ผู้เรียนรู้ได้จัดการได้ด้วยส่วนตัวของตัวเอง เป็น personal และ เรียนรู้ด้วยตัวเอง  หากเป็น online ก็เช่น chat app ทั้งหลาย

  2. Group space ที่ที่มีผู้เข้ามาปฎิสัมพันธ์กัน เช่น facebook เป็นต้น

  3. Publishing space เป็นที่ ได้วางผลงานของตัวเองไว้ ให้คนอื่น เข้ามาดู เช่น youtube

  4. Performing space เป็นที่ในการแสดง โดยที่อาจไม่ได้แสดงตัวตนจริง ๆ ออกมา เช่น ในเกมส์ หรือ discord ที่สามารถเลียนแบบตัวละครได้

  5. Participation space ที่พบปะ ที่นี่ เป็นพื้นที่กลาง ให้คนมาพบปะกันในหัวข้อที่เป็นที่สนใจร่วม เช่น  Meetup

  6. Data space เป็นแหล่งข้อมูลที่ใครจะเข้ามาดูก็ได้ มารับข้อมูลไป

  7. Watching space เป็นที่ให้คนมาดูร่วมกัน อาจเป็น โรงหนัง หรือ ดูละคร หรือ อาจเป็น การบรรยายก็ได้


เมื่อมีการ bulld สิ่งที่อยากให้คนร่วมกันเรียนรู้ ไม่ว่า อาจจะเป็นคนเดี่ยว ๆ หรือ อาจเป็นกลุ่มคน การปรับพื้นที่ในการเรียนรู้ผสมผสานกัน จะทำให้การเรียนรู้และการมีส่วนร่วม มีความหลากหลายมากขึ้น และเพิ่มประสบการณ์ และยังช่วยทำให้ความคิดสร้างสรรค์บังเกิด


แต่ ตัว space เป็นเพียงช่องทาง ส่วนที่มีความสำคัญคือ content และ person หรือเรียกว่า เนื้อหา และ คนเข้าร่วม ที่จะเป็นคนชับเคลื่อน พูดง่าย หากเปรียบเหมือนการขับรถยนต์ไปเที่ยว space ก็เหมือน ยานพาหนะ content ก็เหมือนวิวข้างทาง และ people ก็เหมือนคนนั่งและคนร่วมทาง ที่จะปันประสบการณ์กันไป

In Innovation Tags Innovation, Education
Comment

ตัวเลือกมาก ยิ่งยากเลือก : The Paradox of Choice

Added on April 9, 2024 by Surattanprawate.

คุณเคยซื้อของที่มีไม่กี่ทางเลือกไหม มันเลือกไม่ยาก แต่เมื่อคุณอยากซื้อของสิ่งเดียวกัน แต่มีทางเลือกมากขึ้น อีกทวีคูณ แทนที่คุณจะเลือกได้ง่ายมากขึ้น แต่สิ่งนั้นกลับทำให้คุณเกิดความเครียด สับสน หวั่นใจว่าจะเลือกไม่ถูกซะงั้น

ในโลกที่เต็มไปด้วยตัวเลือกต่างๆ ตั้งแต่แผงขายซีเรียลในร้านขายของชำไปจนถึงบริการสตรีมมิ่งมากมายที่ปลายนิ้วของเรา ความขัดแย้งในการเลือกมีความเกี่ยวข้องมากขึ้น แนวคิดนี้ เกิดขึ้นโดยนักจิตวิทยา Barry Schwartz ในหนังสือชื่อดังของเขาเรื่อง "The Paradox of Choice: Why More Is Less" โดยสำรวจความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างตัวเลือกที่มีอยู่มากมายกับความสามารถของเราในการตัดสินใจ

ตัวอย่างลองพิจารณาสถานการณ์ที่คุณกำลังซื้อแล็ปท็อปเครื่องใหม่ กาลครั้งหนึ่งอาจมีเพียงไม่กี่รุ่นให้เลือก ขณะนี้มีแบรนด์ ข้อมูลจำเพาะ และราคานับไม่ถ้วนที่ต้องพิจารณา แม้ว่าการมีตัวเลือกมากขึ้นในทางทฤษฎีจะเพิ่มโอกาสในการค้นหาสิ่งที่เหมาะสมที่สุด แต่ก็ยังทำให้กระบวนการตัดสินใจยุ่งยากยิ่งขึ้นอย่างมาก

อีกตัวอย่างหนึ่งสามารถพบได้ในขอบเขตของการหาคู่ออนไลน์ ด้วยการจับคู่ที่เป็นไปได้ที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด แต่ละบุคคลอาจประสบปัญหาในการผูกมัดกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยมักจะสงสัยว่ามีคนที่เหมาะสมกว่าสำหรับพวกเขาเพียงแค่ปัดนิ้วออกไปหรือไม่

ทำความเข้าใจกับความขัดแย้งของการเลือก Understanding Paradox of Choice

โดยแก่นแท้แล้ว ความขัดแย้งของการเลือกชี้ให้เห็นว่าแม้การมีตัวเลือกมากมายในตอนแรกดูเหมือนจะเป็นที่ต้องการ แต่จริงๆ แล้วสามารถนำไปสู่ความรู้สึกวิตกกังวล ความไม่พอใจ และการตัดสินใจเป็นอัมพาตได้ เมื่อตัวเลือกมีจำนวนเพิ่มขึ้น ภาระในการเลือกตัวเลือกที่ "ดีที่สุด" ก็เพิ่มภาระเช่นกัน ซึ่งมักส่งผลให้เกิดความรู้สึกเสียใจหรือกลัวที่จะพลาด (FOMO Fear of Missing Out) ในทางเลือกที่อาจดีกว่า

การตัดสินใจซื้อในมุมมองนักประสาทวิทยา Insight the brain of decision making

The impact of destination images on tourists’ decision making: A technological exploratory study using fMRI

>> https://www.researchgate.net/publication/282223988_The_impact_of_destination_images_on_tourists'_decision_making_A_technological_exploratory_study_using_fMRI

ประสาทวิทยาให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าเกี่ยวกับความขัดแย้งในการเลือกโดยเผยให้เห็นว่าสมองประมวลผลข้อมูลและอารมณ์อย่างไรเมื่อต้องเผชิญกับทางเลือกมากมาย ด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น การถ่ายภาพด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กเชิงฟังก์ชัน (fMRI) นักวิจัยได้ระบุว่าตัวเลือกที่มากเกินไปอาจนำไปสู่การรับรู้ที่มากเกินไป การตอบสนองของโดปามีนลดลง และความเร้าอารมณ์ทางอารมณ์ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้การตัดสินใจเป็นอัมพาตและความไม่พอใจ การทำความเข้าใจกลไกของระบบประสาทที่เป็นพื้นฐานของการตัดสินใจ

นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญว่าเหตุใดตัวเลือกมากเกินไปจึงครอบงำบุคคลและทำให้ความสามารถในการตัดสินใจเลือกอย่างเหมาะสมลดลง นอกจากนี้ ประสาทวิทยาศาสตร์ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของความเป็นพลาสติกของระบบประสาทในการกำหนดการตอบสนองในระยะยาวต่อตัวเลือกที่มากเกินไป โดยแนะนำว่าการเปิดรับตัวเลือกที่มากเกินไปซ้ำๆ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ปรับตัวได้ในกระบวนการตัดสินใจ โดยรวมแล้ว การบูรณาการการค้นพบทางประสาทวิทยาศาสตร์เข้ากับความเข้าใจของเราเกี่ยวกับพฤติกรรมการเลือกทำให้สามารถพัฒนากลยุทธ์เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านลบของการเลือกมากเกินไป และส่งเสริมผลลัพธ์การตัดสินใจที่มีข้อมูลครบถ้วนและน่าพึงพอใจมากขึ้น

ผลในทางธุรกิจ Business implication

ธุรกิจไม่ได้รับการยกเว้นจากผลกระทบของความขัดแย้งที่เลือก ในแง่หนึ่ง การนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่หลากหลายสามารถดึงดูดลูกค้าได้ด้วยการตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม มันยังสามารถครอบงำผู้บริโภคและขัดขวางความสามารถในการตัดสินใจซื้อได้

เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านลบของตัวเลือกที่มากเกินไป บริษัทสามารถใช้กลยุทธ์ต่างๆ ได้ แนวทางหนึ่งคือการดูแลจัดการตัวเลือกต่างๆ โดยนำเสนอตัวเลือกที่สามารถจัดการได้ให้กับลูกค้าซึ่งยังคงตรงตามความต้องการของพวกเขา การปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพผ่านคำแนะนำเฉพาะบุคคลหรือโครงสร้างการกำหนดราคาแบบแบ่งระดับยังช่วยลดความวิตกกังวลและเพิ่มความพึงพอใจได้อีกด้วย

นอกจากนี้ การเน้นคุณภาพของตัวเลือกมากกว่าปริมาณที่แท้จริงสามารถชี้แนะผู้บริโภคให้ตัดสินใจเลือกได้อย่างมั่นใจมากขึ้น การให้ข้อมูลที่ชัดเจนและรัดกุม เช่น บทวิจารณ์ของผู้ใช้หรือการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ ช่วยให้บุคคลสามารถตัดสินใจโดยมีข้อมูลครบถ้วนโดยไม่รู้สึกหนักใจ

ความขัดแย้งในการเลือกทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจว่าถึงแม้ความหลากหลายอาจเป็นเครื่องเทศแห่งชีวิต แต่ความหลากหลายที่มากเกินไปอาจทำให้เรารู้สึกไม่พอใจและไม่แน่ใจได้ ด้วยการทำความเข้าใจกลไกทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นและการใช้กลยุทธ์เพื่อลดปัญหาทางเลือกที่มากเกินไป ทั้งบุคคลและธุรกิจจึงสามารถนำทางความซับซ้อนของความอุดมสมบูรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างสมดุลระหว่างตัวเลือกและความเรียบง่ายเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างความรู้สึกเติมเต็มและความเป็นอยู่ที่ดีในยุคแห่งตัวเลือกที่ไม่มีที่สิ้นสุด

In Business, Psychology Tags business, science
Comment

หลู่ ซุน กับห้องทำงานของเขา

หลู่ซุน: เวลาก็เหมือนกับน้ำในฟองน้ำ

Added on April 8, 2024 by Surattanprawate.

"Time is like water in a sponge, as long as you are willing to squeeze it, there is always something"

“เวลาก็เหมือนกับน้ำในฟองน้ำ เมื่อยามที่คุณบีบมัน ยังไงก็ต้องมีบางสิ่งออกมาเสมอ”

-หลู่ซุน

เราต่างบ่นว่าไม่มีเวลา หรือคนที่มีเวลา ก็ใช้แบบสุรุ่ยสุร่ายไปเหมือนมันไม่มีวันหมด เราใช้เวลาแตกเป็นเสี่ยง ๆ โยนไปกับสิ่งที่ไม่มีค่า เราถูกชักจูงไปกับสิ่งแวดล้อมที่พร้อมขโมยเวลาของเรา

เวลา อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ราคาแพงที่สุดก็ว่าได้ เราบอกว่าไม่มีเวลา แต่เมื่อเราต้องการมันจริง ๆ ในสิ่งที่จำเป็น มันก็จะยังมีให้เราเค้นอีกนั่นแหละ

หลู่ซุน (1881-1936)

โจว ชู่เหริน หรือที่รู้จักกันดีในนามปากกา หลู่ซุน ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวรรณคดีจีนสมัยใหม่ เขาเกิดในปี พ.ศ. 2424 และเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2479 หลายคนในยุคนั้นยกย่องเขาว่าเป็นตัวแทนที่สำคัญที่สุดของจิตสำนึกของประเทศจีน

ชื่อเสียงของหลู่ซุนโด่งดังจากเรื่องสั้นที่เขาเขียนในภาษาจีนสมัยใหม่ ผลงานของเขามีทั้งแบบเยือกเย็น ตลกขบขัน และเสียดสีสังคม หลู่ซุนยังเขียนบทกวี ร้อยแก้ว ประวัติศาสตร์วรรณกรรม การวิจารณ์วัฒนธรรม และบทความเชิงโต้แย้งอีกด้วย

ในช่วงปลายทศวรรษ 1920 หลู่ซุนกลับมาโด่งดังอีกครั้งจากบทความประเภท feuilleton ที่เขาใช้โจมตีรัฐบาลขุนศึกในกรุงปักกิ่ง ต่อมาในทศวรรษ 1930 เขายังคงใช้บทความประเภทนี้ต่อต้านพรรคชาตินิยมที่เข้ายึดครองรัฐบาลของสาธารณรัฐจากขุนศึก แต่ปกครองแบบเผด็จการ

ผลงานของหลู่ซุนสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางสังคมและการเมืองของจีนในยุคนั้น เขาวิพากษ์วิจารณ์ระบบศักดินา ความงมงาย และความอ่อนแอของชาวจีน ผลงานของเขามีอิทธิพลต่อนักเขียนรุ่นต่อๆ มาอย่างมาก และยังคงได้รับการอ่านอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

ผลงานสำคัญ

  • เรื่องสั้น: "ตะโกนสู้", "อาQ จริงใจ", "ยา"

  • บทความ: "บันทึกจากห้องใต้หลังคา", "การวิพากษ์วิจารณ์วรรณกรรมจีน"

รางวัล

  • รางวัลวรรณกรรมโลก นีลส์ โบห์ร (2005)

มรดก

  • หลู่ซุนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน

  • ผลงานของเขามีอิทธิพลต่อนักเขียนรุ่นต่อๆ มาอย่างมาก

  • หลายเมืองในจีนมีถนนหรือสถานที่ที่ตั้งชื่อตามเขา

In Philosophy, Life, Person Tags life
Comment
← Newer Posts Older Posts →
Back to Top