เราต่างทราบ ในการสื่อสารนั้นการเล่าเรื่องเป็นอะไร ที่ทรงพลังขนาดไหน อาจจะด้วยจากว่าคนเรานั้นการสื่อสารถือเป็นวิวัฒนาการที่จะทำให้ ชีวิตอยู่รอด
ดังนั้นการเล่าเรื่องคือการติดต่อสื่อสารที่ทำให้สร้างเรื่องราวและข่าวสารทั้งหมด ส่งผ่าต่อไปในเผาพันธุ์ได้
ในปัจจุบันแม้ว่าโลกจะทันสมัยไปแค่ไหนก็ตาม แต่การเล่าเรื่องก็ยังติดตรึง อยู่ในสมองและมีส่วนสำคัญกับการดำรงชีวิต
เรามาฟังวิธีการวางโครงเรื่องของการสื่อสารที่มีพลังงานกันเถอะ
การวางโครงเรื่องให้ทรงพลังสูงสุด
เรื่องเล่าที่ทรงพลัง ไม่ได้ต้องการแค่จุดเริ่มต้น กลางเรื่อง และตอนจบเท่านั้นนะครับ
แต่ต้องมี “แรงตึง” และ “การคลี่คลาย” ที่เป็นหัวใจของการลุ่นและความสุขเมื่อเรื่องนั้นคลี่คลายแล้วม
โครงสร้างแบบง่าย “สามองก์” (Three-Act Arc)
The context บริบท (โลกเดิมของคุณ)
เล่าสั้นๆ ว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์นั้น ชีวิตหรือสถานการณ์ของคุณเป็นอย่างไร
ตัวอย่าง: “ฉันเป็นคนสมบูรณ์แบบที่ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากใคร”
2. The conflict ความขัดแย้ง (เหตุการณ์ที่เปลี่ยนทุกอย่าง)
อะไรเกิดขึ้นจนทำให้โลกใบนั้นสั่นคลอน?
นี่คือจุดที่ความตึงเครียดอยู่
ตัวอย่าง: “โปรเจกต์กำลังจะล้มเหลว และฉันกำลังจมอยู่กับภาระงานมหาศาล”
3. The change การเปลี่ยนแปลง (โลกใหม่ของคุณ)
ตอนนี้คุณเปลี่ยนไปอย่างไร?
นี่คือ “บทเรียน” หรือ “ข้อคิด” ที่ได้จากเรื่องนั้น
ตัวอย่าง: “ตอนนี้ ฉันเป็นผู้นำด้วยการให้อำนาจทีม แทนที่จะควบคุมทุกอย่างเอง”
3. วิธีเล่าให้ดี
เมื่อมีโครงสร้างแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ “วิธีเล่า”
ทำอย่างไรให้คนฟังรู้สึกเหมือนได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย
เริ่มตรงจุดเกิดเหตุ
ข้ามบทนำยืดยาวไปได้เลย เริ่มตรงจังหวะที่ปัญหาเกิดขึ้น
แทนที่จะพูดว่า “ฉันเกิดที่…”
ลองเป็น “น้ำกำลังเอ่อขึ้นมา และฉันหากุญแจรถไม่เจอ”ใช้รายละเอียดที่สัมผัสได้
อย่าบอกแค่ว่า “มันหนาว”
ให้บอกว่า “ลมพัดใส่หน้าเหมือนโดนตบ”
ความเฉพาะเจาะจงจะสร้าง “ภาพยนตร์ในหัว” ให้คนฟังเน้นสิ่งที่เป็นเดิมพัน (Stakes)
บอกให้ชัดว่าคุณเสี่ยงจะเสียอะไร
ถ้าไม่มีอะไรให้เสีย คนฟังก็ไม่มีเหตุผลจะเอนตัวเข้ามาฟังต่อฝึกใช้ ‘จังหวะหยุด’
โดยเฉพาะเวลาเล่าแบบพูด การเว้นจังหวะคือเครื่องมือสำคัญ
หยุดก่อนจะเฉลยเรื่องใหญ่
หรือหยุดหลังประโยคที่สะเทือนใจ
ปล่อยให้ความหมายตกตะกอนสักครู่
4. กฎทอง: ความเปราะบางสำคัญกว่าความโอ่อ่า
ผู้คนไม่ได้เชื่อมโยงกับเรื่อง “ฉันชนะอย่างไร”
มากเท่ากับเรื่อง “ฉันล้มแล้วลุกอย่างไร”
เรื่องเล่าที่คุณเป็นฮีโร่สมบูรณ์แบบ
อาจฟังดูเหมือนการโอ้อวด
แต่เรื่องเล่าที่คุณเป็นมนุษย์ธรรมดา
พยายามอย่างดีที่สุด
จะกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างคุณกับผู้ฟัง