• home
  • project and work
    • MEDCHIC and SMID
    • SmileMigraine
    • Creative project
    • TEDx Chiangmai
    • ChivaCare
    • Headache Leader
    • JW Herbal
  • bog bog - the ideas blog
  • Video
  • Event/Talk/Award
  • biography
  • contact
  • Menu

surat tanprawate

M.D.
  • home
  • project and work
    • MEDCHIC and SMID
    • SmileMigraine
    • Creative project
    • TEDx Chiangmai
    • ChivaCare
    • Headache Leader
    • JW Herbal
  • bog bog - the ideas blog
  • Video
  • Event/Talk/Award
  • biography
  • contact
surat tanprawate
M.D.

อาชีพมั่นคงในยุค AI: ปี 2026 เราควรเรียนรู้อะไร ก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงจะเดินนำหน้าเรา

Added on August 20, 2025 by Surattanprawate.

“เราไม่กลัว AI แย่งงาน แต่เรากลัวคนที่ใช้ AI เป็น มาแย่งตำแหน่งจากเรา”

เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วเกินจะไล่ทัน หลายคนถามว่า

“เราจะทำอาชีพอะไรดีในอีก 1–2 ปีข้างหน้า ที่ไม่ถูกแทนที่ด้วย AI?”

คำตอบไม่ใช่แค่อาชีพ แต่คือ “แนวคิด” และ “ทักษะ” ที่จะทำให้คุณอยู่รอด — และเติบโต

ตอนนี้ AI มาแย่งงานหรือเปล่า?

หลักฐานชี้ว่า “ยัง”

แต่กำลัง “เปลี่ยนวิธีทำงาน” อย่างเงียบเชียบ

PWC AI Jobs Barometer (2025):

อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI มีอัตราการขึ้นเงินเดือน 2 เท่า เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมทั่วไป

การวิเคราะห์จาก 800 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลก (โดย Lightcast, Stanford): พบว่าองค์กรที่ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ มี รายได้ต่อพนักงานสูงกว่า 3 เท่า

Microsoft Work Trend Index 2024:

พนักงานที่ใช้ AI เป็น ได้ productivity เพิ่มขึ้นเฉลี่ย +35%

โดยเฉพาะคนที่ใช้เครื่องมือเช่น GitHub Copilot, ChatGPT, หรือ Notion AI ร่วมในงานประจำวัน

Wage Premium:

คนที่มีทักษะด้าน AI มีแนวโน้มได้เงินเดือนสูงกว่าค่าเฉลี่ย 56%

(เพิ่มขึ้นจาก 25% ในปี 2024)

งานที่ “ไม่ถูกแทน” แต่ “ถูกเติมพลัง”

เพราะ AI ยังไม่มีความเข้าใจจริยธรรม ไม่มีหัวใจ และไม่มีประสบการณ์ชีวิต

นั่นคือสิ่งที่มนุษย์ยังเหนือกว่า และจะเหนือกว่ายาวนาน

กลุ่มอาชีพที่ทนทานต่อ AI (จาก “AI Resistance Index” – 2025):

อาชีพ คะแนนการต้าน AI (เต็ม 100) เหตุผล

ทนายความ 100/100 ใช้ดุลยพินิจสูง ประเด็นจริยธรรมหลากหลาย

แพทย์/พยาบาล 93/100 การวินิจฉัยซับซ้อน ผูกพันกับความไว้ใจ

HR / ผู้สรรหาคน 87/100 ต้องอ่านความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่แค่ข้อมูล

นักจิตวิทยา / โค้ช 89/100 ต้องใช้ความเข้าใจอารมณ์และภูมิหลังเฉพาะตัว

กลยุทธ์ 3 อย่างที่อยากฝาก

1. พัฒนา “ทักษะมนุษย์” ให้แข็งแรงกว่าทักษะโปรแกรมเมอร์

โมเดล E.P.O.C.H จาก MIT (2024) ระบุว่า ทักษะที่ AI ยังทำไม่ได้ดี มี 5 อย่าง:

E – Empathy: เห็นอกเห็นใจ

P – Presence: มีตัวตน อยู่กับคนในช่วงเวลานั้น

O – Opinion & Ethics: ตัดสินใจอย่างมีจริยธรรม

C – Creativity: สร้างสรรค์ นอกกรอบ

H – Hope & Leadership: สร้างกำลังใจและนำทีม

2. ใช้ AI ให้เป็น “เครื่องมือขยายศักยภาพ” ไม่ใช่สิ่งคุกคาม

เรียนรู้เครื่องมือเหล่านี้ให้คล่อง:

ChatGPT: เขียน สรุป วิเคราะห์

Midjourney / DALL-E: สร้างภาพ

Notion AI: วางแผน ทำโน้ต

GitHub Copilot: เขียนโค้ดเร็วขึ้น

Claude / Perplexity: ช่วยวิเคราะห์และตอบคำถามลึกๆ

เพราะคนที่ใช้ AI ทำงานประจำวันได้ จะทำงานได้เร็วกว่า และ ลึกกว่า

3. ยืนอยู่ตรงจุดตัดของมนุษย์ + AI

คนที่มีความเข้าใจคน และ เข้าใจเครื่องจักร จะเป็น “สะพานทอง” แห่งอนาคต

ไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ก็ได้ — แต่ต้องรู้ว่าเทคโนโลยีทำอะไรได้ และเราเสริมตรงไหน

อย่ากลัวว่า AI จะมาแทนคุณ

จงกลัวว่าคุณจะไม่พัฒนาอะไรเลย จนคุณ “แทนที่ตัวเองไม่ได้”

ความคิด ความฝัน ความหวัง ความรู้สึก — AI ไม่มี

แต่คุณมี จงรักษาและใช้มันให้เป็นพลัง

อนาคตยังเป็นของมนุษย์

แต่เป็น “มนุษย์ที่กล้าเปลี่ยน และพร้อมเรียนรู้ทุกวัน”

In AI, Business, Health, Innovation, startup Tags Innovation
← Newer: The Journey of Intrapreneurs: เส้นทางของนักนวัตกรรมจากภายใน Older: Xishi Magic Bag (惜食魔法袋) - “Magic brings new life” — มหัศจรรย์แห่งถุงนักเวทย์ Xishi →
Back to Top