• home
  • project and work
    • MEDCHIC and SMID
    • SmileMigraine
    • Creative project
    • TEDx Chiangmai
    • ChivaCare
    • Headache Leader
    • JW Herbal
  • bog bog - the ideas blog
  • Video
  • Event/Talk/Award
  • biography
  • contact
  • Menu

surat tanprawate

M.D.
  • home
  • project and work
    • MEDCHIC and SMID
    • SmileMigraine
    • Creative project
    • TEDx Chiangmai
    • ChivaCare
    • Headache Leader
    • JW Herbal
  • bog bog - the ideas blog
  • Video
  • Event/Talk/Award
  • biography
  • contact
surat tanprawate
M.D.

10x Is Easier Than 2x: a Book by Dr. Benjamin Hardy

Added on January 30, 2026 by Surattanprawate.

“If you double your goals, you double your stress. But if you 10x your vision, you’re forced to simplify.”
— Dr. Benjamin Hardy

มันเป็นคำที่แปลกดี เมื่อได้ยิน คนกล่าวอ้างถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่บอกว่า เติบโต x 10 เท่า ง่ายกว่า เติบโต x 2 เท่า

ก็การเติบโตแบบก้าวกระโดด (10x growth) ตัวเลขมันมากกว่าเห็น ๆ มันจะง่ายกว่าได้อย่างไร นี่คิดแบบตรงไปตรงมา

แต่เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ก็พยักหน้าตาม

เออ จริงหวะ

มาฟัง 5 แนวคิด ว่า ทำงานให้ผลลัพย์ ออกมาโต 10 x จาก Dan Sullivan และ Dr. Benjamin Hardy กัน

1. เปลี่ยนจาก “ขยาย” เป็น “คัดเลือก”: กฎ 80/20 ในแบบ 10x

กฎ 80/20 หรือ Pareto Principle เป็นจุดตั้งต้นที่ผู้เขียนหยิบมาใช้ในเวอร์ชันที่เฉียบคมกว่าเดิม
ในโลกของ 2x Thinking เรามักพยายาม "ทำให้ดีขึ้น" ในทุกเรื่อง โดยหวังว่าจะเพิ่มผลลัพธ์ทีละน้อย
แต่ในโลกของ 10x Thinking — คุณไม่สามารถพา ‘ทุกอย่าง’ ไปกับคุณได้

“The pathway to 10x growth is subtraction, not addition.”
— Dan Sullivan

เส้นทางที่จะไปถึงการเติบโต 10 เท่านั้น ต้องตัดออก ไม่ใช่เพิ่มเข้าไป


ในวงการสตาร์ทอัปที่เติบโตได้ไวมาก ทีมที่เน้นเพิ่มฟีเจอร์หรือโปรเจกต์ใหม่ทุกเดือนมักเผชิญกับความซับซ้อนที่ควบคุมไม่ได้ ในขณะที่ทีมที่ “เลือกทำแค่ 1 ฟีเจอร์ที่เปลี่ยนเกมได้” กลับสร้างการเติบโตที่แท้จริง

2. ความชัดเจน คือพลังขับเคลื่อนที่แท้จริง

2x Goals เปิดทางเลือกนับร้อย ซึ่งดูเหมือน “เปิดโอกาส” แต่จริงๆ กลับเป็นกับดักของความลังเล
10x Goals กลับบีบให้คุณตัดสินใจเด็ดขาด เพราะเส้นทางส่วนใหญ่ "ไม่เวิร์ก" กับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น

งานวิจัยด้าน Decision Fatigue พบว่า ยิ่งคุณมีตัวเลือกมาก สมองจะยิ่งเหนื่อยล้าและตัดสินใจแย่ลง (Baumeister & Tierney, 2011)

เป้าหมายที่ชัดเจน จะคัดกรองสิ่งรบกวนได้ดี เช่นเดียวกับ Google ที่ตัดสินใจตัด 70% ของโปรเจกต์ทดลอง เพื่อทุ่มพลังให้กับ 10% ที่มีโอกาสเติบโตระดับโลก เช่น Android หรือ Google Maps

3. จาก “แข่งขัน” สู่ “แหวกแนว”: คุณภาพเหนือปริมาณ

“Competing with others is 2x. Creating something no one else can replicate is 10x.”
— Dr. Benjamin Hardy

2x Mindset: พยายามทำในสิ่งที่คนอื่นทำอยู่แล้ว ให้ดีขึ้นนิดหน่อย
10x Mindset: ถามว่า “อะไรที่เราทำได้เพียงคนเดียว?” และโฟกัสแค่นั้น

กรณีศึกษา
Apple ไม่ได้แข่งกับมือถือ Android ที่กล้องดีกว่า RAM เยอะกว่า แต่สร้าง ecosystem ที่รวมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และดีไซน์อย่างไร้รอยต่อ — ซึ่งไม่มีใครลอกได้ง่ายๆ

ไปอยู่ในสนามที่ไม่มีคู่แข่ง บางคนเรียก กลยุทธ์นี้ว่า blue ocean strategy หรือบางคน ก็เรียก monopoly strategy

4. เปลี่ยนตัวตน = เปลี่ยนผลลัพธ์

หนึ่งในแนวคิดลึกที่สุดของหนังสือคือ "Identity Shift" —
เพราะคุณไม่สามารถไปถึงเป้าหมาย 10x ด้วยวิธีคิดหรือบทบาทเดิมได้

“10x isn’t just about doing differently. It’s about being differently.”
— Dan Sullivan

Identity Shift for Innovation Leaders
ถามตัวเอง:

  • ถ้าเป้าหมายของคุณคือสร้างผลลัพธ์ระดับโลก...
    คุณควร “ทำอะไรให้น้อยลง” บ้าง?

  • ถ้าคุณต้องสร้างทีมที่เติบโต 10 เท่า...
    คุณควร “หยุดเป็นผู้แก้ปัญหาทุกอย่าง” และกลายเป็น “ผู้นำทาง” อย่างไร?

งานวิจัยจาก Harvard Business Review (2021) พบว่า “ผู้นำที่กล้าปล่อยอำนาจ” ให้ทีมตัดสินใจแทนตนเองในบางส่วน จะเพิ่มประสิทธิภาพของทีมได้เฉลี่ย 31%

ผู้ที่ไถนาเองแบบเดิม ๆ ก็จะเติบโตช้าๆ และได้ผลผลิตแบบเดิม ๆ

5. Gap vs. Gain: เปลี่ยนมุมมองเพื่อรักษาพลังใจ

Dr. Hardy แนะนำว่า คนที่ไล่ล่าความสำเร็จ 10x ต้องเรียนรู้การโฟกัสที่ “Gain”
แทนที่จะหมกมุ่นว่า “เรายังไปไม่ถึงไหน” (The Gap)
ให้หันมามองว่า “เรามาไกลจากจุดเริ่มต้นแค่ไหนแล้ว” เพื่อสร้างพลังใจต่อยอด

ลองสิ
นำหลักนี้ไปใช้ในการรีวิวโปรเจกต์รายเดือนกับทีม โดยเริ่มจากคำถามว่า
“ในเดือนที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง?”
แทนคำถามว่า
“เรายังขาดอะไร?”

สรุปสั้น ๆ แก่นหนังสือเลยครับ

10x = ทำให้น้อยลง แต่ลึกขึ้น

การคิดแบบ 10x ไม่ได้เกี่ยวกับทำงานหนักขึ้นแบบที่เป็นกับดักความทำมากได้มากขึ้นนิดนึง แต่เป็นการ “ทำสิ่งที่ใช่ให้สุดทาง” และ “เลิกทำสิ่งที่ไม่ใช่”
มันคือการโฟกัสที่จุดแข็ง กล้าตัดสิ่งรบกวน และเปลี่ยนบทบาทของตัวเองให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่าตัวเรา

“You can’t become a 10x leader by being a 2x person.”

In Business, Person, Productivity, startup Tags Business, Innovation
← Newer: The Millionaire Fastlane: เปลี่ยนเลน เปลี่ยนชีวิต จากลูกจ้างสู่เจ้าของระบบ Older: If we're not at the table, we're on the menu - ทางรอดของมหาอำนาจระดับกลางในโลกยุคใหม่ →
Back to Top