จากหนังสือ Work rules: That will transform how you live and lead โดย Laszlo Bock ได้ เขียนเรื่องของ สิ่งที่เป็นเข็มทิศของ Google องค์กร Tech ระดับโลก เอาไว้เตือนใจคนทำงาน Google หรือ ที่เรียกกัน เท่ ๆ ว่า Googler น่าสนใจดี เลยเอามาฝาก เพราะบางที เมื่อทำงาน พนักงาน ก็อาจจะหลงลืมไปบ้าง เหมือนเรือที่แล่นไปแล้ว จำไม่ได้ว่า ทิศทางอยู่ตรงไหน
“Google’s Ten Things We Know to Be True” — หลักคิด 10 ข้อที่ Google ใช้เป็นเข็มทิศตั้งแต่ยุคเริ่มต้น มาฟังกัน
1. Focus on the user and all else will follow
โฟกัสที่ผู้ใช้ก่อน ทุกอย่างจะตามมาเอง
หัวใจของนวัตกรรมไม่ใช่เทคโนโลยี ไม่ใช่ KPI ไม่ใช่รายได้
แต่คือ “ปัญหาจริงของมนุษย์จริง”
องค์กรที่หลง metric มากกว่าคน → มักได้ผลิตภัณฑ์ที่ “ดูดี แต่ไม่มีใครรัก”
องค์กรที่หลงเทคโนโลยี → มักได้ของเล่น
องค์กรที่หลงผู้ใช้ → มักได้ “impact”
ในบริบทแพทย์และสุขภาพ:
ไม่ใช่ “เรามีเครื่องอะไร”
แต่คือ “คนไข้กำลังทุกข์อะไร”
2. It’s best to do one thing really, really well
ทำสิ่งเดียวให้ดีแบบสุดขั้ว
นี่คือกฎเหล็กของ product, research, และ innovation
ไม่ใช่ทำหลายอย่างให้ “พอใช้”
แต่ทำสิ่งเดียวให้ “เปลี่ยนชีวิตคนได้”
Google เริ่มจาก search
Amazon เริ่มจาก book
Apple เริ่มจาก computer
Smile Migraine เริ่มจาก migraine
นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ เกิดจาก obsession ไม่ใช่ diversification
3. Fast is better than slow
เร็ว ดีกว่า ช้า
ไม่ใช่เร็วแบบสะเพร่า
แต่คือ เร็วในการเรียนรู้ (speed of learning)
สร้างเร็ว
ทดสอบเร็ว
พังเร็ว
ปรับเร็ว
ในโลกสุขภาพ นี่แปลว่า:
early pilot
real-world data
rapid iteration
ไม่รอ perfect guideline บนกระดาษ
4. Democracy on the web works
ปัญญารวมหมู่ทำงานได้จริง
คุณค่าไม่ได้มาจาก “ตำแหน่ง”
แต่มาจาก “การมีส่วนร่วม”
รีวิว
rating
open-source
community
co-creation
ในเชิงสุขภาพ:
patient voice, caregiver voice, nurse voice, junior doctor voice
สำคัญไม่แพ้ professor
5. You don’t need to be at your desk to need an answer
ความรู้ต้องไปหาคน ไม่ใช่รอคนมาหาความรู้
นี่คือรากของ mobile health, telemedicine, AI copilot
สุขภาพยุคใหม่ =
คำตอบต้องอยู่
ในมือถือ
ในบ้าน
ในชีวิตประจำวัน
ไม่ใช่แค่ในโรงพยาบาล
6. You can make money without doing evil
ทำธุรกิจโดยไม่ทรยศมนุษย์
นี่คือจริยธรรมของ innovation
ไม่เอาข้อมูลคนไข้ไปขาย
ไม่ lock-in คนป่วย
ไม่สร้าง dependency เพื่อกำไร
ไม่ optimize revenue บนความทุกข์
องค์กรที่ยั่งยืน ไม่ได้ถามแค่ว่า
“โตไหม”
แต่ถามว่า
“เรากำลังทำให้โลกแบบไหนโต”
7. There’s always more information out there
ความรู้ไม่มีวันครบ
องค์กรที่ตายเร็ว คือองค์กรที่คิดว่าตัวเอง “รู้พอแล้ว”
นี่คือเหตุผลที่ research, R&D, data, AI, lifelong learning
ไม่ใช่ department
แต่มันคือ “วัฒนธรรม”
8. The need for information crosses all borders
ความรู้ไม่ควรถูกกั้นด้วยพรมแดน
โรคไม่รู้จักสัญชาติ
ข้อมูลสุขภาพไม่ควรถูกขังในไซโล
นวัตกรรมไม่ควรหยุดที่ประเทศ
นี่คือรากของ:
global health
open science
multicenter data
cross-border innovation
9. You can be serious without a suit
จริงจังได้ โดยไม่ต้องแข็ง
ความน่าเชื่อถือ ไม่ได้มาจากเนกไท
แต่มาจาก:
ความจริง
ความสามารถ
ความจริงใจ
วัฒนธรรมนวัตกรรมต้อง “ปลอดภัยพอให้คิด เล่น ถาม ผิด”
10. Great just isn’t good enough
ดีมากแล้ว…ยังไม่พอ
นี่คือคำสาปและพรขององค์กรนวัตกรรม
เมื่อ “ดี” กลายเป็น comfort zone
“ยอดเยี่ยม” จะไม่เกิด
นี่คือเหตุผลที่ Google ฆ่าผลิตภัณฑ์ของตัวเอง
Apple disrupt ตัวเอง
และองค์กรที่อยู่รอดยาว มักกล้าทำลายสิ่งที่ยังเวิร์ก
มองภาพรวม
Ten Things นี้จริงๆ คือ:
นวัตกรรมที่เริ่มจากมนุษย์
เติบโตด้วยความเร็วในการเรียนรู้
ขับเคลื่อนด้วยจริยธรรม
ขยายด้วยความร่วมมือ
และไม่เคยพอใจกับความสำเร็จเดิม
หากเราเรียนรู้จากองค์กรที่เติบโต เราก็จะเรียนรู้ที่จะเติบโต